
แนวทางการใช้ดัชนีชี้วัดความสุข เพื่อความสุขที่แท้จริงของประชาชน
โดย กรมประชาสัมพันธ์ วัน ศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2549 15:46 น.
การเสด็จเยือนประเทศไทยของเจ้าชายจิกมี่ เคเซอร์ นัมเกล วังชุก มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ในฐานะพระราชอาคันตุกะ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ด้วยจริยวัตรที่งดงาม ทำให้ชาวไทยปลาบปลื้มอย่างมาก และสื่อมวลชนไทยได้หนุนกระแสตีแผ่เรื่องราวที่เกี่ยวกับประเทศภูฎานกันยกใหญ่ ประเด็นสำคัญที่สร้างความสนใจให้คนไทยและนานาประเทศ ก็คือ ภูฎานถือนโยบายวัดดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวมประชาชาติ หรือ GNH (Gross National Hapiness) ที่ให้ความสำคัญกับการวัดความผาสุกของประชาชน มากกว่าการวัดผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP จนหลายประเทศตื่นตัวกับแนวคิดนี้ รวมถึงประเทศไทย นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ประธานศูนย์คุณธรรม เจ้าภาพสำคัญในการรวมเครือข่ายภาคองค์กรต่าง ๆ ในการเข้าร่วมการขับเคลื่อนการใช้ดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวมประชาชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวว่า การวัดความสุขของประชาชน ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ของประเทศไทย เพราะเคยมีการหยิบยกในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 และฉบับที่ 9 มาแล้ว โดยตอกย้ำความชัดเจนในแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับที่ 10 ที่นำอุดมการณ์ สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งสอดคล้องกับหลัก GNH อย่างลงตัว โดยการนำมาประยุกต์กับประเทศไทย มีหลัก 4 ประการ คือ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้มีความยั่งยืน มีความเท่าเทียมและพึ่งพาตนเองได้ การอนุรักษ์ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรม และการใช้หลักธรรมมาภิบาลในการบริหารประเทศ ซึ่งจะทำให้กรอบวิธีคิดพัฒนาประเทศมีความมั่นคงยั่งยืน เพราะ GNH จะวัดความสุขของประชาชนในทุกระดับ โดยเฉพาะระดับชุมชน ซึ่ง GNH ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ทำให้เกิดโอกาสที่ประชาชนจะได้คิดและเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการกำหนดแผนงานนโยบายต่าง ๆ ที่ใช้พัฒนาประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนเกิดความผาสุกในที่สุด นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ประธานศูนย์คุณธรรม กล่าวด้วยว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เป็นหน่วยงานกลางที่เป็นผู้จัดทำดัชนีชี้วัดความสุข ซึ่งคาดว่าภายในปี 2550 จะมีความชัดเจนในการกำหนดนโยบาย เพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดในการปฎิบัติ อย่างไรก็ตาม แนวคิดการวัดระดับการพัฒนาประเทศ ด้วยตัวชี้วัดความผาสุกของประชาชน น่าจะขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมได้ไม่ช้า เพราะสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่เคยปรารภหลังรับตำแหน่ง เรื่องการดูแลเศรษฐกิจของประเทศไทยว่า จะยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ไม่มุ่งเน้นตัวเลข GDP หรือตัวชี้วัดการเติบโตทางเศรษฐกิจมากนัก แต่จะดูเรื่องตัวชี้วัดความผาสุกของประชาชนเป็นสำคัญ
5 ความคิดเห็น:
ความสุขของประชาชน ทำให้ประเทศชาติอยู่อย่างสงบสุขและเจริณก้าวหน้า
ความสุขของประชาชนนั้นเป้นสิ่งสำคัญยิ่ง
อยากเห็นคนไทยมีความสุขเยอะๆจัง
ถ้าทุกคนคิดได้ แต่ไม่ทำ ก็เท่ากับ ศุนย์ อยู่ดี
ไม่รู้ดิ ผมรู้สึกว่าคนไทยเดี๋ยวนี้ เห็นแก่ตัวกันมากขึ้นครับ ไม่เหมือนเมื่อตอน10ปีก่อน แล้วอีก10ข้างหน้าจะเป็นยังงัย ถ้าเราไม่รักกัน แร้วใครที่ไหนจะรักเรา
แสดงความคิดเห็น